วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

สกุลเงินคิวบา

สกุลเงิน
ในปัจจุบันรัฐบาลมีเงินสกุลท้องถิ่นอยู่ 2 ระบบคือเงินสกุลท้องถิ่นที่เรียกว่า เปโซท้องถิ่นหรือ C.U.P. (กุ้บ) และเงินที่แปรเปลี่ยน หรือ Convertible Pesos หรือเรียกอีกอย่างว่า C.U.C. (กุ้ก) เงิน C.U.P. เปรียบเสมือนเงินที่รัฐฯ ให้การสนับสนุนสัดส่วนการประทังชีวิต เช่น อาหารหรือสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และเงิน C.U.C. ซึ่งเป็นเงินที่ที่ใช้สำหรับซื้อสินค้าอื่นๆ ทั่วไป เช่นเสื้อผ้า และสินค้าฟุ่มเฟือย นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศคิวบามีสิทธิ์ที่จะแลกเงินสกุล C.U.C. ได้เท่านั้น ในขณะที่พนักงานของรัฐฯ อาจได้รับเงิน 2 ส่วนทั้งเงิน C.U.P และ C.U.C. เป็นต้น
อัตราแลกเปลี่ยนเงิน 1 C.U.C. เท่ากับ 1.1054 ยูโร หรือเท่ากับ 0.0694 เปโซเม็กซิโก และเท่ากับ 0.9259 เหรียญสหรัฐฯ แต่ทั้งนี้ เนื่องจากประเทศคิวบามีปัญหาทางด้านการเมืองกับสหรัฐฯ ประกอบเงินเหรียญสหรัฐฯ เป็นที่ต้องการของภาครัฐฯ ทำให้กำหนดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากอัตราแลกเปลี่ยนอีกร้อยละ 10 ของเงินเหรียญสหรัฐฯ ทั้งจากการแลกเปลี่ยนหรือการโอนเงิน สำหรับเงินสกุลอื่นสามารถแลกเปลี่ยนได้โดยทั่วไป และยังที่นิยมแลกเปลี่ยนได้แก่ เงินสกุลยูโร เหรียญแคนาดา และเปโซเม็กซิโก ซึ่งหากเปรียบเทียบเงินสกุล C.U.C. ของคิวบาแล้ว อัตราเงินที่รัฐบาลกำหนดไว้เป็นอัตราที่สูงมาก ทำให้ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางมาประเทศคิวบามีอัตราแพง ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ของคิวบาไม่มีเงินเพียงพอที่เข้ามามีส่วนร่วมกับความเป็นอยู่เหมือนชาวต่างประเทศ
อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
อัตราแลกเปลี่ยนเงิน 1 C.U.C. เท่ากับ 1.1054 ยูโร หรือเท่ากับ 0.0694 เปโซเม็กซิโก และเท่ากับ 0.9259 เหรียญสหรัฐฯ แต่ทั้งนี้ เนื่องจากประเทศคิวบามีปัญหาทางด้านการเมืองกับสหรัฐฯ ประกอบเงินเหรียญสหรัฐฯ เป็นที่ต้องการของภาครัฐฯ ทำให้กำหนดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากอัตราแลกเปลี่ยนอีกร้อยละ 10 ของเงินเหรียญสหรัฐฯ ทั้งจากการแลกเปลี่ยนหรือการโอนเงิน สำหรับเงินสกุลอื่นสามารถแลกเปลี่ยนได้โดยทั่วไป และยังที่นิยมแลกเปลี่ยนได้แก่ เงินสกุลยูโร เหรียญแคนาดา และเปโซเม็กซิโก ซึ่งหากเปรียบเทียบเงินสกุล C.U.C. ของคิวบาแล้ว อัตราเงินที่รัฐบาลกำหนดไว้เป็นอัตราที่สูงมาก ทำให้ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางมาประเทศคิวบามีอัตราแพง ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ของคิวบาไม่มีเงินเพียงพอที่เข้ามามีส่วนร่วมกับความเป็นอยู่เหมือนชาวต่างประเทศ

เมืองฮาวาน่า

เมืองฮาวาน่า
ข้อมูลเมืองฮาวาน่า
เมืองฮาวาน่าก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1515 และได้กลายมาเป็นหนึ่งในเมืองการค้าของโลกสมัยใหม่ ซึ่งเป็นทั้งเมืองหลวง และศูนย์รวมการค้าของประเทศคิวบา เมืองฮาวาน่าประกอบไปด้วย 3 ส่วนด้วยกัน : ได้แก่ย่านเมืองเก่า, ย่านVedado และย่านเมืองใหม่ทางด้านทิศตะวันตก(ซึ่งสถาบันอยู่ในเขต Miramar ซึ่งอยู่ในส่วนนี้) และย่านเมืองเก่าของฮาวาน่า ยังได้รับการรับรองจากองค์กรณ์ยูเนสโก เพราะถือว่าเป็นมรดกโลกเช่นกัน
เทศกาลต่าง ๆ
มีเทศกาลมากมายที่เมืองฮาวาน่า เช่น Las Terrazas, Canimar River, Varadero, Vinales, Playas del Este และ Trinidad, พิพิธภัณฑ์เหล้ารัม, Casa de la Amistad, พิพิธภัณฑ์ ประจำเมือง, Cienfuegos
ช้อปปิ้งที่เมืองฮาวาน่า
ร้านค้าที่เมืองฮาวาน่าได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก หลังจากการเปิดตัวของ Tiendas Carlos Tercero ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าใหญ่ห้างแรก ๆ ที่เปิดทำการ เมืองฮาวาน่ามีร้านค้ามากมาย และหลากหลายให้คุณได้เลือกซื้อไม่ว่าจะเป็น ซิการ์, เหล้ารัม, เสื้อ Guevera, เมล็ดกาแฟ และของที่ระลึกท้องถิ่นอีกมากมาย โดยเวลาทำการปกติจะเปิด 10.00 – 18.00 ทุกวันจันทร์ถึงวันเสาร์ และวันอาทิตย์ 10.00-13.00 สกุลเงินที่ใช้คือ เปโซ และเครดิตการ์ดก็เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป (ยกเว้น American Express และบัตรที่ออกจากประเทศอเมริกา)
ชีวิตกลางคืน
กล่าวได้ว่า เมืองฮาวาน่าเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา แม้จะเป็นตอนกลางคืนก็ตาม มีไนท์คลับดัง ๆ อย่าง Tropicana หรือ Casa de la Musica ซึ่งเป็นที่ ๆ ชาวพื้นเมือง และนักท่องเที่ยวจะออกมาเต้นซัลซ่าไปพร้อม ๆ กัน และยังมีร้านนั่งดื่มเล็ก ๆ มากมายที่คุณจะสามารถลิ้มรสไปกับเหล้ารัมซักแก้ว พร้อมเพลิดเพลินไปกับเพลงของคิวบา และยังมีโรงภาพยนต่าง ๆ มากมายที่พร้อมใจกันลดราคาเป็นพิเศษสำหรับช่วงกลางคืน
การเดินทางภายในเมืองฮาวาน่า
รถโดยสารภายในเมืองฮาวาน่าค่อนข้างจะมีจำนวนจำกัด และมักไม่ค่อยจะตรงเวลาซักเท่าไหร่ รถโดยสารที่พบเห็นได้โดยทั่วไปจะเป็นรถโดยสารท้องถิ่น แต่การเดินทางที่สะดวกและง่ายที่สุด คงจะเป็นการเช่ารถขับ, นั่งแท็กซี่ และเที่ยวเมืองอื่น ๆ กับทริปที่จัดโดยสถาบัน ซึ่งเมืองหลัก ๆ ในประเทศคิวบานั้น จะเดินทางถึงโดยรถไฟ และรถบัส
เป็นหลัก
เมืองฮาวานาในตอนกลางวัน

ฮาวานาในตอนกลางคืน



เขตการเมืองปกครอง

เขตการเมืองปกครอง

คิวบา (อังกฤษและสเปน: Cuba) มีชื่อทางการคือ สาธารณรัฐคิวบา (อังกฤษ: Republic of Cuba; สเปน: República de Cuba) ประกอบด้วยเกาะคิวบา (เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะแอนทิลลิสใหญ่) เกาะคูเบนตุด (Isla de la Juventud) และเกาะเล็ก ๆ ใกล้เคียง ตั้งอยู่ในภูมิภาคแคริบเบียนเหนือ ที่จุดบรรจบของทะเลแคริบเบียน อ่าวเม็กซิโก และมหาสมุทรแอตแลนติก คิวบาตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสหรัฐอเมริกาภาคตะวันออก และหมู่เกาะบาฮามาส ทางทิศตะวันตกของเกาะเติร์กและหมู่เกาะเคคอสและประเทศเฮติ ทางทิศตะวันออกของเม็กซิโก และทางทิศเหนือของหมู่เกาะเคย์แมนและเกาะจาเมกา สาธารณรัฐคิวบาเป็นเพียงประเทศเดียวในบริเวณภูมิภาคนี้ที่ยังคงมีการปกครองแบบคอมมิวนิสต์อยู่
ประวัติศาสตร์ชาวสเปนเดินทางมาถึงเกาะคิวบาครั้งแรกเมื่อพ.ศ. 2035 แต่ไม่ได้สนใจเกาะนี้มากนักในระยะแรกเพราะไม่มีทรัพยากรธรรมชาติและมีชาวอินเดียนอยู่น้อย จนกระทั่งเกิดการปฏิวัติในเฮติเมื่อราวพ.ศ. 2333 คิวบาจึงกลายเป็นแหล่งอุตสาหกรรมน้ำตาลของสเปนแทนที่เฮติ
คิวบาเป็นดินแดนสุดท้ายในทวีปอเมริกาที่เป็นอาณานิคมของสเปน โคเซ มาร์ตี จัดตั้งพรรคปฏิวัติคิวบาเมื่อ พ.ศ. 2435 เพื่อเรียกร้องเอกราชจนถูกฆ่าเมื่อพ.ศ. 2438 การเรียกร้องเอกราชของคิวบาได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา จนกระทั่งเรือของสหรัฐเกิดระเบิดในอ่าวของกรุงฮาวานาเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2440 ซึ่งกลายเป็นชนวนให้สหรัฐประกาศสงครามกับสเปน ผลของสงครามทำให้คิวบาได้รับเอกราชและอาณานิคมอื่นของสเปนกลายเป็นของสหรัฐอเมริกา
หลังจากได้รับเอกราช คิวบาตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐอเมริกาอย่างมาก ในบางช่วงเช่น พ.ศ. 2460-2466 คิวบาถูกสหรัฐยึดครองและเข้ามาบริหารโดยตรง ทั้งนี้เพราะสหรัฐมีผลประโยชน์ในอุตสาหกรรมน้ำตาลของคิวบา อิทธิพลของสหรัฐสิ้นสุดลงเมื่อฟีเดล กัสโตร เข้ายึดอำนาจจากประธานาธิบดีฟุลเคนซีโอ บาติสตา และบริหารประเทศด้วยระบอบสังคมนิยมเมื่อ พ.ศ. 2502 เมื่อถูกสหรัฐตัดความสัมพันธ์และปิดกั้นทางการค้า และสนับสนุนชาวคิวบาโพ้นทะเลให้ก่อกบฏล้มรัฐบาลของกัสโตรจนเกิดวิกฤตการณ์เบย์ออฟฟิกส์เมื่อ 15 เมษายน พ.ศ. 2514 แต่ไม่สำเร็จ รัฐบาลของกัสโตรจึงหันไปสร้างความสัมพันธ์กับสหภาพโซเวียตและจีนแทน ปัจจุบันคิวบาเป็น 1 ใน 5 ประเทศคอมมิวนิสต์ในโลก (อีก 4 ประเทศคือ จีน เวียดนาม ลาว และเกาหลีเหนือ) และเป็นประเทศเดียวในทวีปอเมริกาที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์
การเมืองปกครอง
ด้วยระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์
นโยบายทางเศรษฐกิจ     การแบ่งเขตการปกครอง14 จังหวัด (provinces) และ 1 เทศบาลพิเศษ* (special municipality) ได้ประกอบขึ้นเป็นประเทศคิวบา เขตปกครองนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงใหม่จากเดิมมีเพียง 6 จังหวัด คือ ปีนาร์เดลรีโอ (Pinar del Río) อาบานา (Habana) มาตันซัส (Matanzas) ลัสบียัส (Las Villas) กามากูเอย์ (Camagüey) และโอเรียนเต (Oriente)
1 อิสลาเดลาคูเบนตุด* (Isla de la Juventud)
2 ปีนาร์เดลรีโอ (Pinar del Río) 9 เซียโกเดอาบีลา (Ciego de Ávila)
3 ลาอาบานา (ฮาวานา) (La Habana) 10 กามากูเอย์ (Camagüey)
4 ซิวดัดเดลาอาบานา (ฮาวานาซิตี) (Ciudad de la Habana) 11 ลัสตูนัส (Las Tunas)
5 มาตันซัส (Matanzas) 12 กรันมา (Granma)
6 เซียนฟวยโกส (Cienfuegos) 13 ออลกิน (Holguín)
7 บียากลารา (Villa Clara Province) 14 ซันเตียโกเดกูบา (Santiago de Cuba Province)
8 ซังตีสปีรีตุส (Sancti Spíritus Province) 15 กวันตานาโม (Guantánamo)
ประชากรสาธารณรัฐคิวบา(Republic of Cuba) มีประชากรประมาณ 11,382,820 คน

ฟิเดล คาสโตร ( fidel castro )

คาสโตร  ( fidel  castro ค.ศ. 1927)
ฟิเดล  คาสโตร   เป็นนายกรัฐมนตรีคิวบา   ซึ่งเป็นเกาะใหญ่อยู่ในทะเลแคริบเบียน   คาสโตรศึกษาในมหาวิทยาลัย   และแข็งขันในการประท้วงของนักศึกษา   แล้วทำงานเป็นทนายความอยู่สองปี
                สมัยที่ฟูเลนชิโอ  บาติสตา   เป็นประธานาธิบดี   คิวบาเป็นประเทศที่ตำรวจกุมอำนาจ  ใน ค.ศ.1953 คาสโตรเป็นผู้นำกองทัพที่หาทางจะโค่นบาสติตา  ในปี ค.ศ.1959  เมื่อได้พยายามเป็นครั้งที่สามนั้น   กองทัพนี้ก็ชนะ   บาสติตาถูกบังคับให้หนีไป   คาสโตรกลายเป็นคนมีอำนาจที่สุดในรัฐบาลใหม่
                คาสโตรทำงานหนักเพื่อจะปรับปรุงเกษตรกรรม   การศึกษาและอุตสาหกรรมของคิวบา    เขาเป็นคอมมิวนิสต์   ภายใต้การปกครองของคาสโตร   คิวบาเป็นมิตรกับสหภาพโซเวียตและประเทสคอมมิวนิสต์อื่นๆ
คาสโตร  ( fidel  castro)

สิ่งควรรู้ก่อนเข้าคิวบา

เล็กๆน้อยๆ ของคิวบา
ประเทศคิวบา
คิวบาเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะอินดิสตะวันตก     พื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศเป็นที่ราบอุดมสมบูรณ์    นอกนั้นมีลักษณะเป็นภูเขาใหญ่น้อย  อาชีพหลักได้แก่การเกษตร   มีอ้อยเป็นพืชสำคัญ   คิวบาอยู่ใต้การปกครองของสเปนจนถึง  ค.ศ.1898   แล้วได้เป็นอิสระโดยได้อิทธิพลของสหรัฐอเมริกา    ใน ค.ศ.1959   กองทัพ “ คอมมิวนิสต์ ” ได้เข้ายึดอำนาจ   และในปัจุบันคิวบาเป็นประเทศคอมมิวนิสต์เพียงประเทศเดียวในทวีปอเมริกา     คิวบาเป็นสาธารณรัฐ มี  ประธานาธิบดี  เป็นหัวหน้ารัฐบาล   ใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ

วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2555

การปฏิวัติเกาะคิวบา

การปฏิวัติการปกครองของคิวบา
การปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองของคิวบาในปี ค.ศ. 1959 มีสาเหตุสำคัญมาจากปัญหารการครอบงำทางเศรษฐกิจและการเมืองของอเมริกาที่เริ่มมาตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 การเข้าไปลงทุนขยายกิจการปลูกอ้อยและการทำอุตสาหกรรมผลิตน้ำตาลของบริษัทอเมริกัน และบริษัทต่างชาติอื่นๆ  ได้ทำให้ผู้ผลิตอ้อยและผู้ผลิตน้ำตาลรายย่อยตลอดจนนายทุนระดับชาติของคิวบาไม่สามารถแข่งขันได้  เนื่องจากมีทุนน้อยกว่าจนต้องเลิกกิจการไปเป็นจำนวนมาก จากในสถิติปี ค.ศ. 1959 นั้น บริษัทอเมริกันเป็นเจ้าของโรงงานผลิตน้ำตาลที่ใหญ่ที่สุด 9 ใน 10 แห่งของคิวบา  นอกจากนั้น ชาวอเมริกันยังเป็นเจ้าของกิจการไฟฟ้าและโทรศัพท์ถึงร้อยละ 90 กิจการรถไฟร้อยละ 50 กิจการธนาคารร้อยละ 25 กิจการน้ำมันและเหมืองแร่เกือบทั้งหมด เป็นต้น  สินค้าที่เข้ามาจากอเมริกาในแต่ละปีก็มูลค่ามหาศาล อันทำให้คิวบาต้องพึ่งพาอเมริกาและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมขั้นเริ่มต้นของคิวบาอย่างยิ่ง เมื่อเป็นเช่นนี้ สภาวะเศรษฐกิจของคิวบาจึงถูกกำหนดโดยอเมริกาอย่างแท้จริง
ในทางการเมืองนั้น ผู้บริหารประเทศของคิวบาในระดับต่างๆจำนวนมากอยู่ภายใต้อิทธิพลของอเมริกา จึงพร้อมที่จะวางนโยบายเศรษฐกิจเพื่อสนองการลงทุนของนายทุนต่างชาติ แต่ไม่มีมาตรการที่จะช่วยส่งเสริมการลงทุนของนายทุนคิวบา และช่วยพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติอย่างมีประสิทธิภาพ
สาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ความไม่พอใจการใช้อำนาจการปกครองแบบเผด็จการของประธานาธิบดีบาติสต้า ซึ่งไม่เปิดโอกาสให้ผู้มีความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างจากรัฐบาลสามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และผู้ที่คัดค้านรัฐบาลก็ถูกปราบปรามอย่างรุนแรง
ในวันที่ 26 กรกฎาคม ค.ศ. 1953 ฟิเดล คาสโตร นักกฎหมายชาวคิวบาได้นำกำลังติดอาวุธกว่า 100 คนเข้าโจมตีค่ายทหารมอนกาดา(Moncada) ที่เมืองซานติอาโก เด กูบา แต่ต้องพ่ายแพ้แก่ฝ่ายทหาร อย่างไรก็ตามการกระทำครั้งนี้ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติโค่นล้มประธานาธิบดีบาติสตา และเป็นที่มาของ "ขบวนการ 26 กรกฎาคม" ฟิเดล คาสโตรและน้องชายชื่อ ราอูล คาสโตร ถูกจับและถูกพิพากษาให้จำคุกเป็นเวลา 15 ปี แต่ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1955 กลุ่มของคาสโตรได้รับการอภัยโทษ จึงได้เดินทางไปยังอเมริกาและเม็กซิโกเพื่อเตรียมการปฏิวัติอีกครั้งหนึ่ง
ในวันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ. 1956 ฟิเดล คาสโตร พร้อมด้วย Ernesto Che Guevara นักปฏิวัติชาวอาร์เจนตินา จึงได้นำกองกำลังติดอาวุธ 82 คนจากเม็กซิโกมาขึ้นฝั่งที่จังหวัดโอเรียนเตในคิวบา กองกำลังดังกล่าวได้ปะทะกับทหารของรัฐบาลและรอดชีวิตเพียง 12 คน จึงต้องหลบหนีไปตั้งมั่นอยู่บริเวณเทือกเขามาเอสตรา เพื่อใช้เป็นฐานทำการปฏิวัติต่อไป

บรรดานักปฏิวัติที่รอดตาย

-ฟิเดล คาสโตรและดอร์ติโกส  เป็นนักกฎหมาย
-ราอูล คาสโตรและโชมอน    เป็นนักศึกษา
-เปเรสและบาเยโฮ เป็นแพทย์
-ปาอิส เป็นอาจารย์
-เซียนฟูเอโกสและอัลเมเฮอิราส เป็นชนชั้นกลางที่ตกงาน
-เช กูวาร่าเป็นนักศึกษาแพทย์
ระหว่างเดือนธันวาคม ค.ศ. 1956 ถึงเดือนธันวาคม ค.ศ. 1958 มีผู้เข้าร่วมสมทบในกองกำลังปฏิวัติเพียงประมาณ 1,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกรรมกรโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ใช้แรงงานในไร่นา และชาวนายากจน  บุคคลเหล่านี้ไม่ได้เลื่อมใสหรือเข้าใจอุดมการณ์สังคมนิยมแต่อย่างใด แต่ต้องการเพียงจะต่อสู้กับพวกนายทุนที่กดขี่เอารัดเอาเปรียบและยึดที่ดินทำกิน  ฝ่ายปฏิวัติต้องสร้างพันธมิตรกับชาวนาในเขตที่ทำสงครามจรยุทธ์โดยให้สัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนด้านวัตถุ เช่น ช่วยซื้อผลิตผลทางการเกษตรและจัดหาเครื่องอุปโภคที่ขาดแคลนมาให้ เป็นต้น  
ความไม่พอใจระบอบเผด็จการของบาติสต้าและสภาพสังคที่เป็นอยู่ทำให้มีการแสดงพลังต่อต้านรัฐบาลโดยกลุ่มต่างๆหลายครั้ง ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1957 นักศึกษาได้กโจมตีทำเนียบประธานาธิบดี ในเดือนสิงหามปีเดียวกัน ได้มีการนัดหยุดงานทั่วไป  ในเดือนต่อมาทหารเรือที่เมืองเซียนฟูเอโกสได้ก่อการแข็งข้อต่อรัฐบาล และในเดือนเมษายน ค.ศ. 1958 ก็ได้มีการนัดหยูดงานทั่วไปอีก  ในเวลาเดียวกนนี้ ขบวนการปฏิวัติของฟิเดล คาสโตร ก็สามารถเปิดแนวรบที่ 2 ที่เทือกเขากริสตาล
วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1959 กองกำลังฝ่ายปฏิวัติก็ได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด  โดยเข้ายึดกรุงฮาวานาได้ด้วยกำลังที่มีไม่ถึง 2,000 คน ประธานาธิบดีบาติสต้าหลบหนีไปสาธารณรัฐโดมินิกัน ถือเป็นความสำเร็จของคณะปฏิวัติ
การปฏิวัติไปสู่ระบบสังคมนิยมก่อให้เกิดผลเสียหายเป็นอย่างมากต่อนายทุนชาวอเมริกันที่เคยมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมืองในคิวบา ซึ่งในที่สุดก็ได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคิวบากับอเมริกาต้องเสื่อมทรามลง อเมริกาได้จำกัดจำนวนการนำเข้าน้ำตาลจากคิวบา  ปิดล้อมเมืองท่าคิวบาเพื่อขัดขวางการขนถ่ายสินค้า ตลอดจนส่งกองกำลังติดอาวุธ เข้ารุกรานคิวบา อันนำไปสู่กรตัดความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่าง 2 ประเทศในเดือนมกราคม ค.ศ. 1961 ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1962 องค์การนานารัฐอเมริกัน(Organizacion de los Estados Americanos) ซึ่งอยู่ภายใต้อิทธิพลของอเมริกาก็ได้ขับไล่คิวบาออกจากการเป็นสมาชิก เมื่อสภาพการณ์เป็นเช่นี้ รัฐบาลคิวบาจึงต้องรีบปฏิวัติไปสู่ระบบสังคมนิยมให้เร็วยิ่งขึ้นเพื่อเสถียรภาพและความมั่นคงของชาติ คิวบาได้เสริมสร้างกำลังทหาร ในขณะเดียวกันก็ได้กระชับความสัมพันธฺกับสหภาพโซเวียตมากขึ้น เพื่อขอความช่ยเหลือในการพัฒนาเศรษฐกิจและกองทัพ ในช่วงเวลานี้เองที่คิวบาได้รับรูปแบบการจัดระบบการเมืองการปกครองจากสหภาพโซเวียตมาเรื่อยๆ  มีการจัดองค์การทางการเมืองและองค์การทางเศรษฐกิจแบบสหภาพโซเวียต  ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1965  พรรคการเมืองภายใต้การนำของฟิเดล คาสโตร ก็ได้เปลี่ยนชื่อมาใช้ชื่อว่า "พรรคคอมมิวนิสต์คิวบา" (Partido Communista de Cuba)

ในที่สุดเมื่อฟิเดล คาสโตร เห็นว่าระบบสังคมนิยมในคิวบามีความมั่นคงเพียงพอแล้วจึงได้ปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองครั้งใหม่ในปี ค.ศ. 1976 โดยมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กำหนดให้มีสถาบันและกระบวนการทางกรเมืองที่ใกล้เคียงกับของสหภาพโซเวียต เริ่มเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ใช้สิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งผู้แทนระดับท้องถิ่นโดยตรง และให้มีรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมโดยตัวแทนประชาชน ระบบดังกล่าวได้ใช้มาจนถึงปัจจุบัน...